วัดบาง

[16.473819, 99.528681, วัดบาง]

 

วัดบาง วัดแห่งนี้อยู่ท่ามกลางย่านเศรษฐกิจของกำแพงเพชร ด้านหนึ่งติดถนนราชดำเนิน ๑ ด้านหนึ่งติดถนนเจริญสุข เมื่อเข้ามาในวัดจะมีบรรยากาศโล่งกว้าง ประกอบด้วยอาคาร (เสนาสนะ) ต่างๆ กระจายกันไป โดยมีเขตสังฆาวาสอยู่แยกออกไปอีกด้านหนึ่งอย่างชัดเจน โบสถ์หรืออุโบสถอยู่ตรงกลางของพื้นที่ มีวิหารหลวงพ่อเพชรอยู่เยื้องออกไปด้านข้าง มุขด้านหลังของอุโบสถล้อมด้วยกระจกใสรอบด้าน ก่อนที่จะเข้าไปไหว้พระกันอยากจะกล่าวถึงประวัติของวัดบางแห่งนี้กันก่อนดังนี้  วัดบางเป็นวัดที่ตั้งอยู่ในตัวเมืองกำแพงเพชร สันนิษฐานว่าที่ชื่อวัดบางคงเป็นเพราะที่ตั้งวัดอยู่ใกล้กับคลองน้ำ ซึ่งแยกจากแม่ปิงไปสู่ "หนองรี" คลองน้ำดังกล่าวเรียกว่า "บาง" เมื่อวัดมาตั้งอยู่ ณ ที่แห่งนี้ จึงตั้งชื่อ "วัดบาง"  วัดบางสังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ ๑๐ ไร่ ๓ งาน ๕๘.๔ ตารางวา  พื้นที่วัดเป็นที่ราบลุ่ม อยู่ในบริเวณตัวเมือง มีถนนล้อมรอบ การคมนาคมสะดวก อยู่ในย่านชุมชนตลาดการค้าอาคารเสนาสนะต่างๆ มีอุโบสถกว้าง ๙ เมตร ยาว ๒๔ เมตร ศาลาการเปรียญกว้าง ๑๖ เมตร ยาว ๒๘ เมตร กุฏิสงฆ์จำนวน ๒ หลัง สำหรับปูชนียวัตถุมีพระประธานในอุโบสถและเจดีย์ ๒ องค์ วัดบาง สร้างขึ้นเป็นวัดนับตั้งแต่ราว พ.ศ.๒๔๒๐ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา ประมาณ พ.ศ.๒๔๓๐ มีพระภิกษุอยู่จำพรรษา ปีละ ๒๑ รูป สามเณร ๘ รูป (ข้อมูลที่เก็บเมื่อนานมาแล้ว) ทางวัดได้เปิดสอนพระปริยัติธรรม พ.ศ. ๒๕๑๕ เมื่อปี พ.ศ.๒๕๐๑ ทางราชการได้ประกาศรวม "วัดกุฎีหงษ์" ซึ่งเป็นวัดร้างเข้าเป็นวัดเดียวกับวัดบางอีกด้วย หลวงพ่อสุโขทัย พระประธานในอุโบสถ พระนามว่าหลวงพ่อสุโขทัย เป็นหนึ่งในพระพุทธรูปสำคัญของวัดบางพระพุทธลักษณะงดงาม หลวงพ่อสุโขทัย วิหารหลวงพ่อเพชร อำนวยการสร้างโดยพระธรรมาธิมุตมุนี พร้อมด้วยคณะกรรมการ ในระหว่างดำเนินการท่านได้มรณภาพเสียก่อน เมื่อวันที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๒๔ ต่อมาพระอธิการตุ่น อินทโชโต เจ้าอาวาสวัดบาง พร้อมคณะกรรมการชุดใหม่ ได้ดำเนินการก่อสร้างต่อ ณ วันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๖ แล้วเสร็จเมื่อวันที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๒๘ ภายในวิหาร ประดิษฐานหลวงพ่อเพชรเป็นพระประธานในวิหาร โดยมีรูปเหมือนอดีตเจ้าอาวาสอยู่ด้านหน้า หลวงพ่อเพชรวัดบาง หลวงพ่อเพชร เป็นพระพุทธรูปเนื้อสำริดศิลปะแบบเชียงแสน ปางมารวิชัย ที่เรียกว่า สิงห์ ๑ ที่หาชมได้ไม่ง่ายนัก มีหน้าตักกว้าง ๒ ศอก ๑ คืบ ๕ นิ้ว สูง ๓ ศอก ๑ คืบ มีพุทธลักษณะงดงาม และมีขนาดใหญ่กว่าหลวงพ่อเพชรของจังหวัดพิจิตร ที่มีอายุกว่า ๘๐๐ ปี เดิมทีหลวงพ่อเพชรประดิษฐานอยู่ที่วัดตอม่อ ปัจจุบันเป็นตลาดศูนย์การค้า ซึ่งวัดดังกล่าวเป็นวัดเก่าแก่และเป็นวัดร้าง หลวงพ่อผิวอดีตเจ้าอาวาสวัดบางและหลวงพ่อภา อดีตเจ้าอาวาสวัดเสด็จพร้อมด้วยชาวบ้านเห็นว่า ถ้าปล่อยให้หลวงพ่ออยู่ที่วัดตอม่อ ต่อไปก็คงไม่มีคนดูแล และอาจถูกมิจฉาชีพขโมยไปได้ ดังนั้น จึงได้ย้ายหลวงพ่อเพชรมาที่วัดบาง ซึ่งในสมัยนั้นยังไม่มีถนนหนทางต้องตัดไม้ทำเป็นเลื่อน ค่อยชะลอหลวงพ่อเพชรเลื่อนมา ซึ่งต้องใช้เวลานานมาก กว่าที่นำหลวงพ่อมาถึงวัดบางได้ เจ้าอาวาสวัดบางเล่าว่า เบื้องต้นใต้ฐานขององค์หลวงพ่อเพชรมีการผุกร่อนตามอายุ ต่อมาจึงได้จัดสร้างวิหารหลวงพ่อเพชรขึ้นเมื่อปี ๒๕๒๖ ก่อนจะอัญเชิญหลวงพ่อเพชรมาประดิษฐานอยู่ในวิหารแต่ที่ผ่านมาทางวัดไม่มีพระคอยดูแล จึงได้ปิดประตูวิหารไว้ ทำให้ประชาชนทั่วไปไม่ทราบว่าภายในวิหารมีหลวงพ่อเพชร พระพุทธรูปที่เก่าแก่และศักดิ์สิทธิ์ประดิษฐานอยู่ ดังนั้นทางคณะสงฆ์และกรรมการจึงมีความเห็นพ้องต้องกันว่าควรเปิดประตูวิหารเพื่อให้ประชาชนได้มีโอกาสกราบไหว้ขอพรหลวงพ่อเพชร ผู้ที่ทำการศึกษาและผู้รู้เกี่ยวกับเรื่องพระพุทธรูปได้กล่าวว่า หลวงพ่อเพชรองค์นี้จึงนับเป็นสิ่งล้ำค่าของจังหวัดกำแพงเพชร เพราะเป็นพระพุทธรูปยุคเชียงแสนที่เก่าแก่ เป็นพระเนื้อสำริดองค์ใหญ่ที่สุดองค์เดียวที่สมบูรณ์ที่สุดซึ่งเหลืออยู่ในประเทศไทย ดูจาพระพุทธลักษณะแล้วผู้สร้างได้จะต้องเป็นพระมหากษัตริย์เท่านั้น และช่างที่สร้างต้องเป็นช่างหลวง จึงสามารถสร้างได้งดงามอยู่ที่หาที่ติมิได้ บริเวณวัดบาง พระซุ้มกอ เป็นพระเครื่องที่เลื่องลือกันมากของกำแพงเพชร วัดบางจึงสร้างพระซุ้มกอองค์ใหญ่ตั้งอยู่กลางวัดให้ประชาชนได้สักการะทุกวัน ตั่งแต่เวลา ๐๙.๐๐-๒๐.๐๐ น. สถานที่ตั้ง: ตำบลในเมือง อำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร ๖๒๐๐๐ การเดินทาง: เดินทางโดยรถยนต์ เดินทางมาบนถนนสายเอเชียมุ่งตรงเข้าสู่ตัวเมืองกำแพงเพชร ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข ๓๒ ผ่านจังหวัดอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี นครสวรรค์ เข้าสู่ทางหลวงหมายเลขสู่ทางหลวงหมายเลข ๑ ถึงจังหวัดกำแพงเพชร ขับตรงต่อไปเข้าไปในเมือง มุ่งหน้าสู่วัดบาง ตำบลในเมือง เดินทางโดยรถประจำทาง มีรถโดยสารประจำทางทั้งธรรมดาและปรับอากาศเส้นทาง สายเหนือ ออกจากขนส่งกรุงเทพ เข้าตัวเมืองกำแพงเพชรทุกวัน สถานที่ใกล้เคียง: สิริจิตอุทยาน กำแพงเพชร(๐.๓๖ กม.) วัดเสด็จ (๐.๕๓ กม.) หอไตรวัดคูยาง (๐.๗๔ กม.) วัดเทพโมฬี (๑.๐๐กม.) ศาลพระอิศวร (๒.๖๑ กม.) พิพิธภัณฑสถานจังหวัดกำแพงเพชร เฉลิมพระเกียรติ (๒.๖๖กม. ) พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติกำแพงเพชร (๒.๙๕ กม.) วัดพระแก้ว-พระธาตุ (๓.๒๙กม. ) วัดพระบรมธาตุเจดียาราม (๓.๓๗ กม. ) วัดพระนอน (๕.๒๑) วัดพระสี่อิริยาบถ (๕.๖๐ กม.) วัดพระสิงห์ (๕.๒๘ กม.) ข้อมูลเพิ่มเติม: โทรศัพท์ ๐๕๕-๗๑๖๕๓๒ วัดบาง สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดกำแพงเพชร โทร. ๐ ๕๕๗๐ ๕๑๗๗-๙ โทรสาร๐ ๕๕๗๐ ๕๑๗๘ เว็บไซต์ http://www.kpt.onab.go.th ประชาสัมพันธ์จังหวัดโทรศัพท์ ๐๕๕-๗๐๕๕๐๑๑ , ๐๕๕-๗๐๕๕๐๗๐ ศูนย์ข้อมูลสำหรับนักท่องเที่ยว ททท. สำนักงานสุโขทัย (สุโขทัย, กำแพงเพชร) โทรศัพท์ ๐๕๕-๖๑๖-๒๒๘ เว็บไซต์ http://www.kamphaengphet.go.th พิกัด GPS: 16.473819, 99.528681 6. Wat Barng This temple is situated in the business area of Kamphaeng Phet and one side is on Rajdamnoen 1 Road and another on Charoensuk road. Once one enters the temple it a vast area with buildings spread out over the area but a clearly separated monks area. The Chapel is in the middle and the Vihara hall of Luang Por Petch is to the side and the back wing of the Chapel is surrounded by clear glass. The history of the temple is as follows. Wat Barng is a temple within the city walls and it is assumed that it is derived from the Barng canal which channels water from the Ping River to Nong Ree pond and as the temple is situated along the canal, hence the name. Wat Barng is under the Mahanikaya Order and its total area is 10 Rai 3 Ngarn 58.4 sq.wa (17,433.6 sq.m.). It is in the low plains in the city with roads around it enabling convenient traffic and direct in the community and market. The buildings inside comprises of the Chapel which is 9 x 24 meters, Sermon Hall 16 x 28 meters, 2 monks’ abode. There is a main Buddha statue and 2 Chedis. Wat Barng was built in 1877 and was bestowed the Royal Appointed Area in 1887 and has annuall 21 monks and 8 novices in residence (dated information). The temple opened the Dhamma School in 1972 and in 1958 Wat Kudihong which was a deserted temple was annexed to Wat Barng Temple. Luang Por Sukhothai is the main Buddha statue in the chapel and is an important object of the temple. The Vihara housing Luang Por Petch was initiated by Phra Thammathimutmuni and committee members but he passed away before completion on June 6, 1981 and Phra Athikarn Toon Inthachote the then Abbot and a new set of committee members commence the construction on February 18, 1983 and completed on April 11, 1985. Inside the Vihara hall is Luang Por Petch the main Buddha statue with a statue of the former Abbot in front. Luang Por Petch is a bronze statue in the Chiang Saen style in the Mara Vichai pose/Singh 1 which is rather rare. The width of the lap is 1m. 35.415 cm. and 1.75 m. in height with beautiful features and much larger than the Luang Por Petch of Pichit Province which is over 800 years old. Formerly, Luang Por Petch was enshrined at Wat Tor Mor Temple which was a deserted temple and has been turned into a shopping center now and therefore, Luang Por Pew and Luang Por Pa the former Abbots of Wat Barng Temple and Wat Sadet together with the villagers moved Luang Por Petch to Wat Barng as they were afraid that criminals might sell him. In those days there were no roads and he had to be moved on wood rollers which took a long time to reach Wat Barng Temple. It was only later that the Vihara Hall was constructed to house him in 1983. In the past the doors to the Vihara hall was closed as they lack personnel and no one realized there was a valuable Buddha statue within. But the monks decided that all should have the chance to see and worship him and decided to leave the doors open for those who like to study him as well. Luang Por Petch is the only bronze Buddha statue of the Chiang Saen period which is still complete and is the biggest in Thailand. From his features it can only be that he was commissioned by a King, crafted and cast by royal craftsmen to attain such beauty and perfection. As the Amulet Phra Soom Gor is a legendary object of Kamphaeng Phet , Wat Barng Temple constructed a big Phra Soom Gor in middle of the temple for people to worship between 09:00-20:00 hrs. Location : Nai Muang Sub-district, Muang District, Kamphaeng Phet 62000 How to get there : Highway no. 32 pass Ayuthaya, Angthong, Singburi, Nakhon Sawan joining Highway no. 1 until Kamphaeng Phet and straight to Nai Muang Sub-district Public Buses starts daily at the Northern Bus Terminal in Bangkok direct to Kamphaeng Phet Nearby Attractions : Sirijit Park (0.36 km.), Wat Sadet Temple (0.53 km.), Wat Kooyang Temple’s Scripture Tower (0.74 km.), Wat Thep Moli Temple (1 km.), Shiva’s Shrine (2.61 km.),Kamphaeng Phet Chalermprakiat Museum (2.66 km.), Kamphaeng Phet National Museum (2.95 km.), Wat Phra Kaew – Phra That Temple (3.29 km.), Wat Phra Borommathat Chediyaram Temple (3.37 km.), Wat Phra Non Temple (5.21 km.), Wat Phra Si Iriyabot Temple (5.60 km.), Wat Phra Singh Temple (5.28 km.), Additional Information : Tel.no. 055-710-0280 Facebook : WadBoSamSaenKamphaeng Phet Buddhist Affairs Office Tel. 055-705-177, 055-705-179 Fax 055-705-178 website : http://www.kpt.onab.go.th , Provincial Public Relations Office 055-705-5011,055-705-5070, Tourism Authority of Thailand, Sukhothai Office (Sukhothai, Kamphaeng Phet ) Tel.no. 055-616-228, 055-616-229 website : http://www.kamphaengphet.go.th GPS:

image รูปภาพ
image


คะแนนโหวต :
 
 
 
 

Website Policy | Privacy Policy | Security Policy | Disclaimer | ข้อกำหนดการใช้ Cookies รองรับการทำงานบน Internet Explorer v.11+, Microsoft Edge, Firefox v.47.0+, Chrome v.51+

จำนวนการเข้าชม : 26,673