<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[วัดสำคัญของจังหวัด]]></title>
<link>https://kpt.onab.go.th/th/content/category/index/id/110</link>
<atom:link href="https://kpt.onab.go.th/th/content/category/index/id/110" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[วัดกุฏิการาม]]></title>
<link>https://kpt.onab.go.th/th/content/category/detail/id/110/iid/7045</link>
<guid isPermaLink="false">24e0f058f46ea4d0c901e02044211ab9</guid>
<pubDate>Wed, 19 May 2021 13:48:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><span style="font-size:48px;"><span style="color:#0000cd;"><strong>วัดกุฏิการาม</strong></span></span></p>

<p style="text-align: justify;">วัดกุฏิการาม สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีเนื้อที่ ๒๖ ไร่ ๓ งาน ๑๕ ตารางวา ภายในวัดมีเจดีย์ทรงระฆังคว่ำ เป็นศิลปะสมัยสุโขทัยที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ มีหลวงพ่อโต หลวงพ่อกัน เป็นที่เคารพนับถือของชาวอำเภอพรานกระต่าย ตรงข้ามวัดมีสระน้ำนันทวดีเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ และเป็นสถานที่จัดงานประเพณีลอยกระทงทุกปีของชาวอำเภอพรานกระต่าย จากการบอกเล่าของผู้สูงอายุว่า พระใบฏีกากัน ยสปญโญ เดิมสังกัดอยู่ วัดไตรภูมิ ตำบลพรานกระต่าย อำเภอพรานกระต่าย พร้อมด้วยคณะศิษย์และคณะศรัทธา ได้พร้อมใจกันสร้างวัด ณ ที่ดินแปลงนี้เนื่องจากเห็นเป็นสภาพวัดเก่า อยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้านมากนักและมีหลักฐานคือพระพุทธรูปหล่อด้วยโลหะสัมฤทธิ์ และเพื่อให้ประชาชนตำบลพรานกระต่าย ด้านทิศตะวันตก จะได้มีสถานที่ ปฏิบัติธรรมสร้างบุญกุศล และทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา จึงได้ ร่วมกันก่อสร้างวัด ให้เจริญรุ่งเรือง และเปรียบเสมือนได้เป็นวัดท้ายบ้าน วัดไตรภูมิเป็นวัดหัวบ้าน ของชาวอำเภอพรานกระต่าย การก่อสร้างได้รับแรงศรัทธาจากสาธุชนเป็นอย่างดี จนกระทั่งในปี พ.ศ. ๒๔๗๖ได้ดำเนินการก่อสร้างอุโบสถขนาด กว้าง ๗ เมตร ยาว ๑๑ เมตร ลักษณะก่ออิฐถือปูน ภายในสากลมไม้มะค่าแต้ และอุโบสถหลังนี้ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ ๒๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๘๒ และได้มีการจัดงานผูกพันธุ์สีมาอุโบสถ เมื่อ เดือน เมษายน พ.ศ. ๒๔๘๓ ( และในปัจจุบันวัดกุฏิการาม คือ เป็นสถานที่เล่าเรียนพระธรรมวินัยของพระภิกษุสามเณร ทั้งแผนกธรรม และบาลี มีพระภิษุ สามเณร อยู่ประจำประมาณ ๔๐ รูป เป็นวัดที่เป็นศูนย์รวมการปกครองของคณะสงฆ์ อำเภอพรานกระต่ายและการอนุรักษ์งานประเพณีที่สำคัญ</p>

<p style="text-align: justify;">สถานที่ตั้ง: เลขที่ ๑๑๔ หมู่ ๑๐ ถนนป่าเรไร (กำแพงเพชร-สุโขทัย) อำเภอพรานกระต่าย ตำบลพรานกระต่าย จ.กำแพงเพชร ๖๒๑๑๐</p>

<p style="text-align: justify;">การเดินทาง: เดินทางโดยรถยนต์ เดินทางมาบนถนนสายเอเชียมุ่งตรงเข้าสู่ตัวเมืองใช้เส้นทางหลวงหมายเลข ๓๒ ผ่านจังหวัดอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี นครสวรรค์ เข้าสู่ทางหลวงหมายเลขสู่ทางหลวงหมายเลข ๑ ถึงจังหวัดกำแพงเพชร ใช้วิ่งต่อไปถนนป่าเรไร (กำแพงเพชร-สุโขทัย) อำเภอพรานกระต่าย เดินทางโดยรถประจำทาง มีรถโดยสารประจำทางทั้งธรรมดาและปรับอากาศเส้นทาง สายเหนือ ออกจากขนส่งกรุงเทพ เข้าตัวเมืองกำแพงเพชรทุกวัน</p>

<p style="text-align: justify;">สถานที่ใกล้เคียง: เหมืองหินอ่อนพรานกระต่าย (๕.๖ กม.) บ่อน้ำพุร้อน พระร่วง (๑๘.๗ กม.) บ่อน้ำสีฟ้า (๒๐.๑ กม.) แก่งเกาะร้อย (๖๖.๘ กม.) น้ำตกคลองวังเจ้า (๗๗.๒ กม.) น้ำตกลานสาง (๘๗.๗ กม.)</p>

<p style="text-align: justify;">ข้อมูลเพิ่มเติม: สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดกำแพงเพชร โทร. ๐ ๕๕๗๐ ๕๑๗๗-๙ โทรสาร๐ ๕๕๗๐ ๕๑๗๘</p>

<p style="text-align: justify;">เว็บไซต์ http://www.kpt.onab.go.th</p>

<p style="text-align: justify;">ประชาสัมพันธ์จังหวัดโทรศัพท์ ๐๕๕-๗๐๕๕๐๑&nbsp;, ๐๕๕-๗๐๕๕๐๗๐</p>

<p style="text-align: justify;">ศูนย์ข้อมูลสำหรับนักท่องเที่ยว ททท. สำนักงานสุโขทัย (สุโขทัย, กำแพงเพชร) โทรศัพท์ ๐๕๕-๖๑๖-๒๒๘ เว็บไซต์ http://www.kamphaengphet.go.th พิกัด GPS: 16&deg;40&#39;26.3&quot;N 99&deg;35&#39;08.6</p>

<p style="text-align: justify;">&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://kpt.onab.go.th/th/file/get/file/20210519c1d6b8e880d597d05d52dc78d39f8184140157.jpg' type='image/jpg' length='116341' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[วัดนาควัชรโสภณ พระอารามหลวง]]></title>
<link>https://kpt.onab.go.th/th/content/category/detail/id/110/iid/6585</link>
<guid isPermaLink="false">edc7e3e3597a10f1f0226a738f5000cb</guid>
<pubDate>Sat, 08 May 2021 18:14:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><span style="color:#0000cd;"><strong><span style="font-size:36px;">วัดนาควัชรโสภณ (วัดช้าง) พระอารามหลวง</span></strong></span></p>

<p style="text-align: justify;">วัดนาควัชรโสภณ เดิมชื่อ วัดช้าง สร้างขึ้นในสมัยสุโขทัยตอนปลาย ประมาณหลังพุทธศตวรรษที่ ๑๙ เป็นวัดที่มีความสำคัญ ตั้งอยู่หน้าเมืองด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ตรงข้ามกับวัดเจ้าเมือง กำแพงเพชร เป็นวัดอยู่ในกลุ่มอรัญญิกด้านทิศตะวันออก รูปแบบสภาพแวดล้อมทั้งหมดได้รับอิทธิพลมาจากศิลปะสมัยลพบุรีหรือขอม นอกจากนี้ยังพบร่องรอยของถนนพระร่วงตัดผ่านหน้าวัดนี้ด้วย วัดช้างนับเป็นวัดเก่าแก่สร้างมาประมาณ ๗๐๐ ปีเศษ ลักษณะโดยทั่วไปของกลุ่มโบราณสถานจะถูกล้อมรอบด้วยคูน้ำกว้างประมาณ ๑๐ เมตร ยาวประมาณ ๕๐๙ เมตร มีเนื้อที่ตั้งวัด ๖๒ ไร่ การคมนาคมสะดวก บริเวณวัดสะอาด ร่มรื่นด้วยต้นไม้ สวยงามตามธรรมชาติ วัดช้าง เป็นวัดที่ร้างจากพระสงฆ์มาประมาณ ๔๐๐ - ๕๐๐ ปี ครั้นลุถึงปีพุทธศักราช พ.ศ. ๒๕๐๙ พระวิชัย ปสนฺโน. ๑. ได้จาริกธุดงค์มาปักกลดจำพรรษาอยู่ ณ บริเวณ เจดีย์โบราณสถานวัดช้าง โดยในช่วงดังกล่าวได้ปฏิบัติธรรมและเทศนาอบรมสั่งสอนพุทธศานิกชนแถบถิ่นนี้เป็นอย่างดี จนทำให้ประชาชนในพื้นที่เกิดความเลื่อมใสศรัทธา และได้อุปัฏฐากบำรุงท่านเป็นลำดับ ต่อมา จ.ส.อ. ศักดิ์ และนางสังเวียน เดชานนท์ มีจิตศรัทธาบริจาคที่ดินมอบถวายให้สร้างวัด และภายหลังมีผู้ซื้อที่ดินถวายเพิ่มเติมอีก รวมเป็นเนื้อที่ทั้งสิ้น ๗๖ ไร่ ๑ งานเศษ ๒. จากนั้นได้เริ่มสร้างเสนาสนะที่พักอาศัย สาธารณูปการที่จำเป็นต่างๆ มีการศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัย และปฏิบัติธรรมของพระภิกษุสามเณรที่มาอยู่จำพรรษาที่วัดช้างแห่งนี้ ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมาในปี พ.ศ. ๒๕๑๑ ได้ขออนุญาตสร้างวัด และเริ่มก่อสร้างอุโบสถ โดยได้รับความอุปถัมภ์จาก พระราชมุนี (โฮม โสภโณ) วัดปทุมวนาราม กรุงเทพมหานคร และได้สร้างตำหนัก ทรงธรรม-สังฆราชานุสรณ์ เพื่อเตรียมรับเสด็จ พระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (อุฏฐายีมหาเถระ) ซึ่งได้เสด็จมาทรงยกช่อฟ้าอุโบสถ ใน พ.ศ. ๒๕๑๓ พระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (จวน อุฏฐายี) ได้ประทานชื่อจากวัดช้าง (เดิม) เป็น &ldquo;วัดนาควัชรโสภณ&rdquo; และกระทรวงศึกษาธิการ ได้ประกาศตั้งเป็นวัดเมื่อวันที่ ๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๑๓ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ ๒๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๓ มีพื้นที่ตั้งอยู่ ณ เลขที่ ๓๒ ถนนราชดำเนิน ๒ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร จึงนับได้ว่า &ldquo;วัดนาควัชรโสภณ (วัดช้าง)&rdquo; เป็นวัดของคณะสงฆ์ ฝ่ายธรรมยุติกนิกาย แห่งแรกในจังหวัดกำแพงเพชรพระครูนาควัชราธร (วิชัย ปสนฺโน) เป็นพระสุปฏิปันโนรักษาข้อวัตรปฏิบัติตามแนวพระกัมมัฏฐานสายพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต ชาวจังหวัดกำแพงเพชร ให้ความเคารพนับถือท่านเป็นอันมาก นอกจากการเผยแผ่หลักธรรมทางพระพุทธศาสนาแก่ประชาชนโดยทั่วไปแล้ว ท่านยังได้จัดให้มีการเรียนการสอนพระปริยัติธรรมสำหรับพระภิกษุสามเณรอีกด้วย ในขณะเดียวกันก็ได้พัฒนาด้านสาธารณูปการต่างๆ ภายในวัด อีกทั้งได้ขยายวัดและสำนักสงฆ์ออกไปสู่ตำบลและอำเภอต่างๆ อีกหลายแห่ง ด้านการคณะสงฆ์ พระครูนาควัชราธร (วิชัย ปสนฺโน) ได้รับความเมตตาจากพระเถระผู้ใหญ่ให้การอุปถัมภ์สนับสนุน อาทิ พระธรรมจินดาภรณ์ (ทองเจือ จินฺตเถโร) ๓. วัดราชบพิตรสถิตมหาสีมาราม, พระอริยเมธี (ปฐม อุดมดี) และ พระราชมุนี (โฮม โสภโณ) วัดปทุมวนาราม ร่วมกับคณะสงฆ์ฝ่ายธรรมยุติกนิกาย และอุบาสก อุบาสิกา ได้ร่วมแรงร่วมใจกันก่อสร้างวัดและสำนักสงฆ์ขึ้นในเขตพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชรอีกหลายแห่ง จนสามารถตั้งเป็นเขตการปกครองคณะสงฆ์จังหวัดกำแพงเพชร - พิจิตร (ธรรมยุต) โดย พระครูนาควัชราธร (วิชัย ปสนฺโน) เจ้าอาวาสองค์แรกของวัดนาควัชรโสภณ ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอจังหวัดกำแพงเพชร-พิจิตร (ธรรมยุต) เป็นองค์ปฐม วันที่ ๑๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒๙ พระครูนาควัชราธร (วิชัย ปสนฺโน) ได้มรณภาพลงด้วยโรคกลัวน้ำ รวมสิริอายุ ๕๖ ปี ๓ เดือน นับว่าวงการคณะสงฆ์ได้สูญเสียพระสังฆาธิการที่มีความคิดริเริ่มพัฒนา และวางรากฐานของงานคณะสงฆ์ธรรมยุตในเขตภาคนี้ให้เป็นปึกแผ่นไปอย่างน่าเสียดายยิ่ง ต่อมา พระมหาสมจิตต์ อภิจิตฺโต กรรมการเลขานุการ มูลนิธิปริยัติศึกษา ญสส. ในพระสังฆราชูปถัมภ์ ซึ่งเป็นศิษย์ของพระครูนาควัชราธร (วิชัย ปสนฺโน) ที่ไปพำนักจำ พรรษ าอยู่ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพมหานคร โดยความอุปถัมภ์สนับสนุนจากพระเถระผู้ใหญ่ อาทิ พระพรหมมุนี (วิชมัย ปุญฺญาราโม) ๔. วัดบวรนิเวศวิหาร และ นายวัลลภ เจียรวนนท์ กรรมการบริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้พาคณะญาติโยมผู้มีจิตศรัทธามาช่วยกันก่อสร้างอาคารเรียนพระปริยัติธรรม อาคารที่พักพระภิกษุสามเณร อาคารหอสมุด และตำหนักสมเด็จพระสังฆราช เพื่อพัฒนาวัดให้เป็นสถานที่ศึกษา และปฏิบัติธรรมแก่พระภิกษุสามเณรให้เป็นที่สัปปายะยิ่งขึ้น และนอกจากนี้ยังได้เปิดโรงเรียนพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ขึ้น เพื่ออบรมเยาวชนให้ได้รับความรู้ด้านศีลธรรม หลักธรรมตามแนวทางแห่งพระพุทธศาสนา ตลอดจนจริยธรรมอันดีงาม และได้ก่อตั้งโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา วชิรกุญชร มัธยม เพื่อการศึกษาวิชาสามัญศึกษาสำหรับพระภิกษุสามเณรอีกด้วย และในช่วงเดียวกันนี้ พระครูโสภณธรรมวัชร์ (เฉลิม วีรธมฺโม) ๕. ได้มาดำรงตำแหน่งรักษาการเจ้าอาวาสวัดนาควัชรโสภณ และได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส เมื่อวันที่ ๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๓๑ พร้อมกับดำรงตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอจังหวัดกำแพงเพชร-พิจิตร (ธรรมยุต) สืบต่อจากพระครูนาควัชราธร (วิชัย ปสนฺโน) เจ้าอาวาสองค์แรกของวัดนาควัชรโสภณ ที่ได้มรณภาพลง เมื่อวันที่ ๑๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๓๔ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (เจริญ สุวฑฺฒโน) ได้เสด็จมาเป็นองค์ประธาน ในการพระราชทานเพลิงศพ พระครูนาควัชราธร (วิชัย ปสนฺโน) และเสด็จเป็นองค์ประธานประกอบพิธีเปิดอาคารสมเด็จพระญาณสังวร หอสมุดสมเด็จพระญาณสังวร และตำหนักสมเด็จพระสังฆราช ต่อมาได้มีการปรับปรุงบริเวณพื้นที่และก่อสร้างอาคารเสนาสนะต่างภายในวัดนาควัชรโสภณ เป็นลำดับ คือ พ.ศ. ๒๕๓๕ ก่อสร้างอาคารเฉลิมพระเกียรติ ๖๐ พรรษา มหาราชินี, พ.ศ. ๒๕๓๖ ก่อสร้างอาคาร ๘๐ พรรษา สมเด็จพระสังฆราช วิหารพระไพรีพินาศ, อาคารที่พักพระภิกษุ-สามเณร เป็นต้น รวมงบประมาณการพัฒนาด้านสาธาณูปการ และการจัดการศึกษาแผนกต่างๆ ของสำนักเรียนวัดนาควัชรโสภณ ที่ได้รับการอุปถัมภ์จากมูลนิธิปริยัติศึกษา ญสส. ในพระสังฆราชูปถัมภ์ โดยการบริจาคร่วมของพุทธศาสนิกชน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น ๖๐,๔๗๗,๔๗๖.- บาท (หกสิบล้านสี่แสนเจ็ดหมื่นเจ็ดพันสี่ร้อยเจ็ดสิบหกบาทถ้วน) ปัจจุบัน วัดนาควัชรโสภณ ใช้เป็นศูนย์กลางการศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกนักธรรม แผนกบาลี แผนกสามัญศึกษา และยังเป็นศูนย์การศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์สำหรับเยาวชน แห่งแรกและแห่งเดียวในจังหวัดกำแพงเพชร เป็นสำนักเรียนที่ใช้เป็นสถานที่สอบธรรมชั้นนวกะภูมิและสอบธรรมสนามหลวง สำหรับพระภิกษุสามเณรฝ่ายธรรมยุติกนิกายมาโดยตลอด อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางการปกครองคณะสงฆ์ในเขตนี้อีกด้วย จนได้รับการยกย่องให้เป็นวัดอุทยานการศึกษา และเป็นวัดพัฒนาตัวอย่าง เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๘ และในปีพุทธศักราช ๒๕๓๙ เนื่องในมหามงคลวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองสิริราชสมบัติครบ ๕๐ ปี ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยกฐานะวัดนาควัชรโสภณ ขึ้นเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ เมื่อวันที่ ๒๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๙ พ.ศ. ๒๕๔๒ พระจันทโคจรคุณ (เฉลิม วีรธมฺโม) เจ้าอาวาสวัดนาควัชรโสภณ ได้ดำรงตำแหน่งทางการปกครองคณะสงฆ์ เป็น เจ้าคณะจังหวัดกำแพงเพชร-พิจิตร-พิษณุโลก-สุโขทัย-อุตรดิตถ์-ตาก (ธรรมยุต) พ.ศ. ๒๕๔๓ พระจันทโคจรคุณ (เฉลิม วีรธมฺโม) ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ ที่ &ldquo;พระราชสารโมลี&rdquo; เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๔๓ สถานที่ตั้ง: เลขที่ ๓๒ ถนนกำแพงเพชร - สุโขทัย ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร รหัสไปรษณีย์ ๖๒๐๐๐ การเดินทาง: รถยนต์ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข ๓๒ ผ่านจังหวัดอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี นครสวรรค์ เข้าสู่ทางหลวงหมายเลขสู่ทางหลวงหมายเลข ๑ ถึงจังหวัดกำแพงเพชร มุ่งหน้าสู่วัดนาควัชรโสภณ เดินทางโดยรถประจำทาง มีรถโดยสารประจำทางทั้งธรรมดาและปรับอากาศเส้นทาง สายเหนือ ออกจากขนส่งกรุงเทพ เข้าตัวเมืองกำแพงเพชรทุกวัน สถานที่ใกล้เคียง: วัดพระนอน( ๖๐๐ เมตร.) อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร (๗๐๐ เมตร.) ศาลหลักเมืองกำแพงเพชร( ๘๐๐ เมตร.) วัดช้างรอบ (๑.๘ กม.) วัดพระสี่อิริยาบถ (๑.๓ กม.) อุทยานแห่งชาติน้ำตกพาเจริญ( ๑.๗ กม.)วัดพระบรมธาตุเจดียาราม( ๒.๐ กม. ) สิริจิตอุทยาน (๒.๒ กม.) ตลาดไนท์พล่าซ่า( ๒.๖ กม. ) ถนนคนเดินกำแพงเพชร( ๒.๙ กม.) ข้อมูลเพิ่มเติม: โทรศัพท์ (๐๕๕) ๗๑๑-๖๘๐, ๗๑๒-๙๖๔ วัดนาควัชรโสภณ สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดกำแพงเพชร โทร. ๐ ๕๕๗๐ ๕๑๗๗-๙ โทรสาร๐ ๕๕๗๐ ๕๑๗๘ เว็บไซต์ http://www.kpt.onab.go.th ประชาสัมพันธ์จังหวัดโทรศัพท์ ๐๕๕-๗๐๕๕๐๑๑ , ๐๕๕-๗๐๕๕๐๗๐ ศูนย์ข้อมูลสำหรับนักท่องเที่ยว ททท. สำนักงานสุโขทัย (สุโขทัย, กำแพงเพชร) โทรศัพท์ ๐๕๕-๖๑๖-๒๒๘-๙ เว็บไซต์ http://www.kamphaengphet.go.th พิกัด GPS: 16.493310, 99.522829</p>
]]></description>
<enclosure url='https://kpt.onab.go.th/th/file/get/file/202105086eff4cee523a4d8d1b71e6aeaae2b49b181501.jpg' type='image/jpg' length='1210965' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[วัดพระบรมธาตุ พระอารามหลวง]]></title>
<link>https://kpt.onab.go.th/th/content/category/detail/id/110/iid/6584</link>
<guid isPermaLink="false">4cdc45d3cfb6777814b57c7d1b9b095f</guid>
<pubDate>Sat, 08 May 2021 17:56:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><span style="color:#000080;"><strong><span style="font-size:36px;">วัดพระบรมธาตุ พระอารามหลวง</span></strong></span></p>

<p style="text-align: justify;">วัดพระบรมธาตุ พระอารามหลวง วัดพระบรมธาตุนครชุมเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ เป็นวัดเก่าแก่อยู่คู่เมืองกำแพงเพชรมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ภายในมีศาสนสถานที่สำคัญหลายอย่าง เช่น พระบรมธาตุเจดีย์ภายในบรรจุพระสารีริกธาตุ ๙ องค์, ต้นศรีมหาโพธิ์ขนาดใหญ่ที่พระยาลิไททรงปลูกไว้,พระอุโบสถหลังเก่า,พระวิหาร,วิหารพระนอน,ศาลาเรือนไทย นอกจากนี้ยังมีศาลาการเปรียญที่ใช้เป็นศูนย์วัฒนธรรมไทยสายใยชุมชน เพื่อให้เป็นแหล่งความรู้แก่ชุมชน และเมื่อได้เข้าไปนมัสการและบูชาแล้ว ดังได้พบกับพระพุทธเจ้าด้วยตนเอง เป็นพระบรมธาตุเจดีย์ที่อยู่คู่เมืองกำแพงเพชรมาตั้งแต่สมัยเป็นเมืองนครชุมกินเวลายาวนานมากกว่า ๖๐๐ ปี และยังคงยั่งยืนสืบต่อกันมาเป็นองค์มหาเจดีย์แห่งศรัทธา จวบจนปัจจุบัน</p>

<p style="text-align: justify;">พระบรมธาตุนครชุมเป็นวัดที่สร้างขึ้นมาพร้อมกับเมืองนครชุมเป็นวัดประจำเมืองเหมือนกับวัดพระแก้วประจำเมืองกำแพงเพชรและวัดพระบรมธาตุ จากจารึกนครชุมเดิมภายในวัดมีเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ (ทรงดอกบัว)สามองค์ตั้งอยู่บนฐานเดียวกัน สันนิษฐานว่าสร้างโดยกษัตริย์ในสมัยกรุงสุโขทัย คือพระมหาธรรมราชาลิไทหรือพระยาลิไท สร้างขึ้นในปี ๑๙๐๐ เพื่ออุทิศถวาย พ่อขุนศรีอินทราทิตย์องค์หนึ่ง พ่อขุนรามคำแหงองค์หนึ่ง และพระเจดีย์ประจำรัชกาลองค์อีก ๑ องค์ และได้นำพระบรมสารีริกธาตุ ๙ องค์ สถาปนาไว้ในพระเจดีย์องค์กลาง และพระองค์ได้เสด็จมาพระมหาธาตุเจดีย์เป็นประจำทุกปี ซึ่งในสมัยสุโขทัยนั้นวัดพระบรมธาตุนครชุมมีความเจริญ มากเพราะเป็นวัดพระอารามหลวงประจำเมือง</p>

<p style="text-align: justify;">วัดพระบรมธาตุเจริญรุ่งเรืองมากกว่า ๒๐๐ ปี จนกระทั่งเมืองนครชุมถึงภาวะล่มสลายตามกฎแห่งอนิจจัง เพราะแม่น้ำปิงกัดเซาะแนวกำแพงเมืองนครชุมพังพินาศความเจริญทางพุทธจักรและอาณาจักรได้สูญสิ้นไปจากเมืองนครชุม เมืองฝั่งตรงข้ามทางทิศตะวันออก คือ เมืองกำแพงเพชร ได้เจริญรุ่งเรืองขึ้นมาแทนที่ วัดพระบรมธาตุร้างมากว่า ๓๐๐ ปี จนกระทั่งถึงต้นกรุงรัตนโกสินทร์วัดพระบรมธาตุมีหลักฐานที่ชัดเจนอีกครั้ง จากหนังสือพระราชนิพนธ์เสด็จประพาสต้นครั้งที่ ๒ เมื่อเดือนสิงหาคม ๒๔๔๙ ณ เมืองกำแพงเพชร ความว่า&hellip;ในพ.ศ.๒๓๒๙ สมเด็จพุฒาจารย์ (โต) แห่งวัดระฆังโฆษิตาราม ได้เสด็จมาเยี่ยมญาติที่เมืองกำแพงเพชร พักที่วัดเสด็จได้อ่านจารึกนครชุมที่ประดิษฐาน ณ อุโบสถวัดเสด็จ ตำบลเมือง อำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร ได้ทราบว่ามีเจดีย์.โบราณบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ อยู่ริมน้ำปิง ฝั่งตะวันตกตรงข้ามเมืองเก่าสามองค์ ได้ให้เจ้าเมืองกำแพงเพชรพระยารามณรงค์สงคราม (น้อย) ได้ป่าวร้อง ให้ประชาชนแผ้วถางพบเจดีย์ตามจารึกและปฏิสังขรณ์ขึ้นในปี พ.ศ.๒๔๑๔ (ซงพอหรือพระยาตะก่า)</p>

<p style="text-align: justify;">พ่อค้าไม้ชาวกะเหรี่ยงมีใจศรัทธาจะบูรณะปฏิสังขรณ์ พระเจดีย์วัดพระบรมธาตุนครชุม พระยากำแพงเพชร เจ้าเมืองได้ทำหนังสือขออนุญาตลงมาที่กรุงเทพฯ ทางกรุงเทพฯจึงตอบอนุโมทนาและอนุญาตให้ซ่อมแซมได้</p>

<p style="text-align: justify;">สิ่งสำคัญที่สุดภายในวัดก็คือ พระบรมธาตุเจดีย์ เดิมนั้นเป็นเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ (ทรงดอกบัว) สามองค์ตั้งอยู่บนฐานเดียวกัน ในปี พ.ศ ๒๔๑๔ (แซภอ หรือพระยาตะก่า) และพ่อค้าไม้ชาวกะเหรี่ยงมีใจศรัทธาจะบูรณปฏิสังขรณ์พระเจดีย์วัดพระบรมธาตุนครชุม โดยสร้างครอบฐานเดิม ต่อมา พ.ศ.๒๔๑๘ แซภอ ถึงแก่กรรม การปฏิสังขรณ์ชะงักไป จนถึง พ.ศ.๒๔๔๗-๒๔๔๘ พะโป้ จึงรวบรวมทุนทรัพย์ เริ่มปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่จนสำเร็จและยกยอดฉัตรขึ้นประดิษฐานในเดือน ๖ พ.ศ.๒๔๙๙ ก่อนที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจะเสด็จประพาสต้นเมืองกำแพง เพียง ๓ เดือน ปัจจุบันพระบรมธาตุเจดีย์เป็นเจดีย์ทรงไทยประยุกต์มอญ เนื่องจาก การบูรณะครั้งใหญ่ในสมัยรัชกาลที่ ๕ นั้นพระยาตะก่า และพะโป้คหบดีพ่อค้าไม้ชาวกะเหรี่ยงได้สร้างพระเจดีย์ทรงมอญครอบไว้บนฐานเดิม เนื่องจากใช้ช่างชาวกะเหรี่ยง ลักษณะองค์จึงออกไปทางศิลปะพม่า พระเจดีย์จึงมีรูปอย่างที่เห็นในปัจจุบัน และได้บูรณะใหม่ อีกครั้ง ในปี ๒๕๓๓ โดยทำเป็นสีทองทั้งองค์ มีซุ้มจรทั้งสี่ทิศประดิษฐานพระพุทธรูปประจำซุ้ม ตั้งอยู่บนฐานสูงประมาณ ๑ เมตร มีกำแพงล้อมรอบ เป็นองค์เจดีย์ขนาดใหญ่ที่มีความสวยงามอีกแห่งหนึ่งของเมืองไทย และเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อย่างยิ่ง เพราะภายในบรรจุพระบรมสาริกธาตุ ๙ องค์ ซึ่งเป็นที่เคารพศรัทธาของประชาชนมาเป็นเวลาช้านาน บริเวณด้านหน้าพระบรมธาตุ ทำเป็นศาลาเล็ก ๆ เพื่อใช้เป็นจุดบูชาพระบรมธาตุ และมีบริการดอกไม้ธูปเทียน มีองค์พระธาตุจำลองสำหรับให้ปิดทองและมีพระพุทธรูปอีกหลายองค์ให้เราได้กราบไหว้บูชา</p>

<p style="text-align: justify;">วัดพระบรมธาตุนอกจากจะมีสถานที่สำคัญหลายอย่างแล้ว ภายในวัดก็มีแหล่งความรู้ที่สำคัญคือศูนย์วัฒนธรรมไทยสายใยชุมชนตำบลนครชุม โดยจัดแสดงเป็นอาคารทรงไทยสวยงาม ทำด้วยไม้สักทองทั้งหลัง ภายในจัดแสดงวัตถุโบราณและข้าวของเครื่องใช้ในอดีตมากมาย และแสดงเรื่องราวทางประวัติศาสตร์อีกหลายอย่าง แสดงวิถีชีวิตของชาวเมือง เป็นศูนย์รวบรวมวัตถุโบราณและเรื่องราวต่าง ๆของเมืองนครชุมเอาไว้มากมาย เพื่อให้เป็นแหล่งการเรียนรู้และถ่ายทอดถูมิปัญญาท้องถิ่น ทั้งทางด้านศาสนา ศิลปวัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิต แก่ชุมชนและสังคม ในยุคปัจจุบันเพื่อให้ยั่งยืนสืบไป นอกเราจะได้บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้ว เรายังสามารถใช้เป็นแหล่งความรู้และเรียนรู้ได้อีกด้วย ภายในวัดกว้างขวางสะอาดจัดระเบียบอาคารได้อย่างดี เป็นวัดพัฒนาตัวอย่างอีกวัดหนึ่ง</p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-size:24px;"><span style="color:#ff0000;"><strong>สถานที่ตั้ง:</strong></span></span> ตั้งอยู่ที่ เลขที่ ๑๕ หมู่ที่ ๓ ตำบลนครชุม อำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร ๖๒๐๐๐</p>

<p style="text-align: justify;"><span style="color:#ff0000;"><span style="font-size:24px;"><strong>การเดินทาง:</strong></span></span> เดินทางโดยรถยนต์ เดินทางมาบนถนนสายเอเชียมุ่งตรงเข้าสู่ตัวเมืองกำแพงเพชร ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข ๓๒ ผ่านจังหวัดอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี นครสวรรค์ เข้าสู่ทางหลวงหมายเลขสู่ทางหลวงหมายเลข ๑ ถึงจังหวัดกำแพงเพชร ขับตรงต่อไปมุ่งหน้าสู่วัดพระบรมธาตุ พระอารามหลวง เดินทางโดยรถประจำทาง มีรถโดยสารประจำทางทั้งธรรมดาและปรับอากาศเส้นทาง สายเหนือ ออกจากขนส่งกรุงเทพ เข้าตัวเมืองกำแพงเพชรทุกวัน</p>

<p style="text-align: justify;"><strong><span style="font-size:24px;"><span style="color:#ff0000;">สถานที่ใกล้เคียง:</span></span></strong> แหล่งเรียนรู้การทำพระเครื่องนครชุม (๔๕๔เมตร) ศาลหลักเมืองกำแพงเพชร (๑.๒๙ กม.) วัดเทพโมฬี (๑.๗๔ กม.) อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร (๑.๔๖ กม.) พิพิธภัณฑสถานจังหวัดกำแพงเพชร เฉลิมพระเกียรติ (๑.๔๗ กม.) ศาลพระอิศวร (๑.๕๓ กม.)</p>

<p style="text-align: justify;"><strong><span style="font-size:24px;"><span style="color:#ff0000;">ข้อมูลเพิ่มเติม: </span></span></strong>โทรศัพท์ ๐๕๕-๖๑๖๒๒๘-๙, ๐๕๕-๖๑๖๓๖๖ วัดพระบรมธาตุ สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดกำแพงเพชร โทร. ๐ ๕๕๗๐ ๕๑๗๗-๙ โทรสาร๐ ๕๕๗๐ ๕๑๗๘ เว็บไซต์ http://www.kpt.onab.go.th ประชาสัมพันธ์จังหวัดโทรศัพท์ ๐๕๕-๗๐๕๕๐๑๑ , ๐๕๕-๗๐๕๕๐๗๐ ศูนย์ข้อมูลสำหรับนักท่องเที่ยว ททท. สำนักงานสุโขทัย (สุโขทัย, กำแพงเพชร) โทรศัพท์ ๐๕๕-๖๑๖-๒๒๘-๙ เว็บไซต์ http://www.kamphaengphet.go.th</p>

<p style="text-align: justify;"><span style="color:#ff0000;"><span style="font-size:24px;"><strong>พิกัด GPS:</strong></span></span> 16.502997, 99.479280</p>
]]></description>
<enclosure url='https://kpt.onab.go.th/th/file/get/file/20210508529337d06f1c342d5b3fc2881119bc3a175640.jpg' type='image/jpg' length='715590' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[วัดคูยาง พระอารามหลวง]]></title>
<link>https://kpt.onab.go.th/th/content/category/detail/id/110/iid/6583</link>
<guid isPermaLink="false">d6bd7a8246edee27da86405cce274967</guid>
<pubDate>Sat, 08 May 2021 17:34:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><span style="font-size:36px;"><strong>วัดคูยาง พระอารามหลวง</strong></span></p>

<p>วัดคูยาง พระอารามหลวง เป็นวัดหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งอยู่เลขที่ ๒๗ ถนนราชดำเนิน ซอย ๓ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร ปัจจุบันมีพระธรรมภาณพิลาส เจ้าคณะจังหวัดกำแพงเพชร เป็นเจ้าอาวาส สภาพเดิมเป็นวัดเก่าแก่แต่ครั้งโบราณกาล มีรากฐานอุโบสถ และแท่นพระประธาน ก่อด้วยศิลาแลงหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ตั้งอยู่บริเวณวัดด้านเหนือ สภาพเดิมเป็นวัดเก่าแก่ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าชื่อวัดอะไร ใครเป็นผู้สร้างและสร้างในสมัยไหน แต่มีผู้สันนิษฐานว่าสร้างมาแล้วไม่น้อยกว่า ๔๐๐ ปี จนมาถึงรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๔ ระหว่าง พ.ศ. ๒๓๙๔-๒๓๙๙ จึงได้มีผู้ก่อสร้างวัดขึ้นใหม่ในบริเวณที่ตั้งเดิม มีเนื้อที่ประมาณ ๒๘ ไร่เศษภายในพระอุโบสถ มีพระพุทธรูปประทาน มีนามพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ ว่า &ldquo;พระพุทธวชิรปราการ&rdquo; มีความหมายว่า พระพุทธรูปประจำเมืองกำแพงเพชร นอกจากนี้ยังมี หอไตร ซึ่งตั้งอยู่กลางน้ำ ยกใต้ถุนสูงเป็นภูมิปัญญาของชาวพื้นเมืองที่จะรักษาพระไตรปิฎกไว้ มีเนื้อหากล่าวถึงหอไตรนี้ในพระราชนิพนธ์เสด็จประพาสต้นเมืองกำแพงเพชรของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หอไตรวัดคูยาง เป็นอาคารทรงไทยพื้นถิ่นกำแพงเพชร สร้างด้วยไม้ หลังคามุงกระเบื้องเกล็ด ใต้ถุนสูง กว้าง ๖ เมตร ยาว ๑๒ เมตร ตั้งอยู่กลาง คูน้ำเดิม ภายในอาคารเป็นโถงโล่ง โถงกลางมีเสากลมรองรับด้านละสามต้น หลังคาโถงกลางเป็นทรงจั่ว มีช่อฟ้าหางหงส์ทำด้วยปูนปั้น ประดับอยู่รอบจั่วทั้งสองด้าน มีหลังคาปีกนกคลุมฝาผนังทั้งสี่ด้าน ฝาผนังเป็นแบบฝาปะกน ฝาผนังด้านข้างมีหน้าต่างข้างละสี่ช่อง ฝาผนังด้านหน้าและหลังมีประตูด้านละหนึ่งช่อง และมีหน้าต่างด้านละสองช่อง มีพาไล (มุขที่มีชายคาคลุมและมีเสารองรับ) ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง พาไลเป็นชั้นลดลงมาจากโถง มีบันไดขนาดสามขั้นพาดขึ้นไปสู่โถงใน ทั้งด้านหน้าและหลัง เฉพาะพาไลด้านหน้ามีนอกชานยื่นออกไปตรงกลาง ใช้เป็นที่พาดบันไดขนาด ๗ ขั้น เชื่อมต่อกับสะพานไปยังพื้นดิน ภายในหอไตรแห่งนี้ มีโบราณศิลปวัตถุที่สำคัญ และทรงคุณค่ายิ่ง ประกอบไปด้วย ตู้พระธรรมลายรดน้ำลงรักปิดทองโดยรอบ เขียนเป็นภาพต่างๆ ด้วยฝีมือช่างราวสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ที่มีความประณีตงดงามมาก จำนวน ๕ หลัง หีบพระธรรม มีลายรดน้ำลงรักปิดทอง และเป็นแบบเหล็ก อยู่ในสมัยรัชกาลที่ ๓ ถึง ๕ ธรรมาสน์เท้าสิงห์ ศิลปะสมัยรัตนโกสินทร์ ทำด้วยไม้ลงรักปิดทอง เป็นเครื่องสังเค็ด หรือ ทานวัตถุที่ถวายแด่สงฆ์เมื่อเวลาปลงศพหรือมีงานศพ เอกสารโบราณบรรจุอยู่ในตู้และหีบ มีทั้งที่เป็นใบลานและสมุดข่อย ผ้าห่อคัมภีร์ เป็นผ้าพิมพ์ลายอย่างลายไทย พระบฏ เป็นแผ่นผ้าฝ้ายสีขาว เขียนสีเป็นภาพเล่าเรื่องเวสสันดรชาดก จำนวน ๑๓ กัณฑ์ ใช้ในงานเทศกาลเทศน์มหาชาติกลางเดือน ๑๐ ของวัดคูยาง แต่ขณะนี้มีเหลืออยู่เพียง ๙ กัณฑ์เท่านั้น &quot;หอไตรกลางน้ำวัดคูยาง&quot; เมืองกำแพงเพชร อยู่คู่วัดคูยางแห่งนี้มาช้านาน อายุไม่ต่ำกว่า ๑๐๐ ปี ด้วยหลักฐาน ความสำคัญ และเหตุผลต่างๆ หอไตรวัดคูยาง จึงนับว่าเป็นโบราณสถานที่มีค่าที่สุดและมีเหลืออยู่เพียงแห่งเดียวในจังหวัดกำแพงเพชร สถานที่ตั้ง: ตั้งอยู่ ณ ๕๑ ราชดำเนิน ๑ ซอย ๒ตำบล ในเมือง อำเภอเมืองกำแพงเพชร กำแพงเพชร ๖๒๐๐๐ การเดินทาง: การเดินทางมายังวัดคูยางในเมืองกำแพงเพชรสำหรับคนที่ไม่เคยมา จากถนนพหลโยธินเข้าเมืองกำแพงเพชรข้ามสะพานแม่น้ำ ถึงวงเวียนลานโพธิ์ ให้เลี้ยวขวา ตรงนี้เรียกว่าถนนราชดำเนิน ๑ จะเห็นว่าเป็นวันเวย์ให้ตรงไปตามทางถึงวัดเทพโมฬีอยู่ขวามือ ให้ตรงไปอีก สี่แยกที่สองให้เลี้ยวซ้าย เรียกว่าถนนวิเชียร ผ่านหน้าวัดคูยางพอดี แต่ในกรณีของผม ผมแวะไหว้พระที่วัดเทพโมฬี แล้วขับตรงไปเรื่อยๆ จนถึงวัดบาง แวะเข้ากราบพระคู่บ้านคู่เมืองหลายองค์ในวัดบาง ได้แก่หลวงพ่อเพชร หลวงพ่อสุโขทัย ออกจากวัดบาง ย้อนกลับทางเดิมไม่ได้เพราะเป็นวันเวย์ ก็เลยเลี้ยวซ้ายเข้าถนนเจริญสุข เลี้ยวซ้ายอีกทีถนนวิจิตร ขับตรงมาตามทางจะถึงทางแยกหน้าวัดคูยางพอดี</p>

<p>สถานที่ใกล้เคียง: วัดเสด็จ (๕๑ เมตร) วัดเทพโมฬี (๕๑ เมตร) หลวงพ่อเพชร วัดบาง (๗๔ เมตร) สิริจิตอุทยาน (๙๙ เมตร) ศาลพระอิศวร (๑.๙๖ กม.) พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติกำแพงเพชร (๒.๓๓ กม.) พิพิธภัณฑสถานจังหวัดกำแพงเพชร เฉลิมพระเกียรติ (๒.๐๗ กม.) วัดพระแก้ว-พระธาตุ อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร (๒.๗๗ กม.) ศาลหลักเมืองกำแพงเพชร (๓.๑๘ กม.) วัดพระบรมธาตุเจดียาราม (๓.๒๖ กม.)</p>

<p>ข้อมูลเพิ่มเติม: โทรศัพท์ ๐๕๕-๖๑๖-๘๘๒๐ วัดคูยาง สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดกำแพงเพชร โทร. ๐ ๕๕๗๐ ๕๑๗๗-๙ โทรสาร๐ ๕๕๗๐ ๕๑๗๘</p>

<p>เว็บไซต์ http://www.kpt.onab.go.th<br />
ประชาสัมพันธ์จังหวัดโทรศัพท์ ๐๕๕-๗๐๕๕๐๑๑ , ๐๕๕-๗๐๕๕๐๗๐<br />
ศูนย์ข้อมูลสำหรับนักท่องเที่ยว ททท. สำนักงานสุโขทัย (สุโขทัย, กำแพงเพชร) โทรศัพท์ ๐๕๕-๖๑๖-๒๒๘-๙<br />
เว็บไซต์ http://www.kamphaengphet.go.th<br />
พิกัด GPS: 16.477486, 99.529370</p>
]]></description>
<enclosure url='https://kpt.onab.go.th/th/file/get/file/20210508808eb8a127ec4f33dc9537eca336a9e9173501.jpg' type='image/jpg' length='1018517' />
</item>
</channel>
</rss>
